
(SeaPRwire) – By: Gavin Thorne
ทุกคนกำลังตกใจกับคำเตือนว่าการหมดอายุของมาตรา 702 แห่งกฎหมาย FISA จะทำลายความมั่นคงของสหรัฐ แต่จริงๆ แล้วประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับความมั่นคงเท่านั้น มันคือการต่อสู้อำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เกี่ยวกับสิทธิความเป็นส่วนตัวของพลเมืองสหรัฐ ที่ถูกละเมิดมานานเกินไปภายใต้หน้ากากของการสอดแนมศัตรูต่างชาติ ทุกฝ่ายพากันโฆษณาอันตราย แต่ไม่มีใครพูดถึงความจริงที่ซ่อนอยู่
กฎหมายนี้จะหมดอายุเที่ยงคืนวันศุกร์นี้ แต่ผลกระทบทันทีจะมีน้อยมาก. เพราะศาล FISA ได้ต่ออายุใบอนุญาตการสอดแนมไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม เปิดให้หน่วยข่าวกรองใช้อำนาจนี้ต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2570. อดีตที่ปรึกษากฎหมาย NSA Glenn Gerstell เปิดเผยว่า ข่าวกรองจากมาตรา 702 คิดเป็นประมาณ 70% ของรายงานประจำวันของประธานาธิบดี ครอบคลุมทุกเรื่องตั้งแต่ผู้หลีกเลี่ยงมาตรการลงโทษจนถึงผู้ก่อการร้าย.
ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์บอกว่า คำเตือนเรื่องอันตรายทันทีนั้นเกินจริงไปมาก. กฎหมายนี้มีเป้าหมายจับตาเป้าหมายต่างชาติในต่างประเทศเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วถูกนำไปใช้ค้นหาการสื่อสารของพลเมืองสหรัฐ ที่ถูกเก็บมาด้วยความบังเอิญระหว่างการสอดแนม. ปัจจุบัน FBI ต้องการแค่การอนุมัติภายในองค์กรเท่านั้นในการค้นหาข้อมูลพลเมืองสหรัฐ ไม่ต้องการหมายศาล. สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนบอกว่า การตรวจสอบภายในไม่เพียงพอที่จะจำกัดอำนาจของฝ่ายบริหาร.
ฝ่ายรีพับลิกันพากันออกมาเตือนหนักว่าการปล่อยให้มาตรา 702 หมดอายุจะเป็นหายนะต่อความมั่นคงแห่งชาติ. รัฐมนตรีต่างประเทศ Rubio และรัฐมนตรีกลาโหม Pete Hegseth เรียกร้องให้ฝ่ายเดโมแครตสนับสนุนการต่ออายุ. วุฒิสมาชิก Chuck Grassley และ Tom Cotton เขียนจดหมายเตือนว่าอาจเกิดช่องว่างในการเก็บข่าวกรองต่างประเทศขนาดใหญ่. ทำเนียบขาวเองก็สนับสนุนการต่ออายุเต็มรูปแบบ บอกว่ากำลังเจรจาหาข้อยุติระยะยาวกับสมาชิกสภาคองเกรสอยู่.
ฝ่ายเดโมแครตกลับไม่ยอมต่ออายุแบบไม่มีการปฏิรูป พวกเขาต้องการบังคับให้รัฐบาลต้องขอหมายศาลก่อนเข้าถึงข้อมูลการสื่อสารของพลเมืองสหรัฐที่เก็บมาด้วยความบังเอิญ. วุฒิสมาชิก Dick Durbin ตั้งข้อกล่าวหาว่า รัฐบาลใช้มาตรา 702 เป็นประตูหลังในการสอดแนมพลเมืองสหรัฐโดยไม่มีหมายศาล. ผู้เชี่ยวชาญจาก Brennan Center บอกว่า กฎหมายชัดเจนว่า ใบอนุญาตที่มีอยู่ยังคงมีผลแม้กฎหมายหมดอายุ จึงมีเวลามากพอในการปฏิรูป.
สภาคองเกรสจะต่ออายุมาตรา 702 แต่จะเพิ่มข้อจำกัดเล็กน้อยเพื่อคลายความกดดัน และการละเมิดสิทธิพลเมืองจะยังคงเกิดขึ้นต่อไป.
Author bio: Gavin Thorne, นักข่าวสืบสวนติดตามกิจการนิติบัญญัติและกลุ่มผลประโยชน์พิเศษประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.